วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Meet Again | นานๆ ได้เจอ

Meet Again | นานๆ ได้เจอ

1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก นับตั้งแต่ผมย้ายเข้ามาเรียนมหาลัยในกรุงเทพ
ไม่ค่อยมีวันหยุดยาวพอที่จะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และยังหยุดไม่ค่อยตรงกับเพื่อนๆ สมัยมัธยมอีก
มันเลยทำให้ผมชินกับการใช้ชีวิต ทำอะไร ไปไหนมาไหนคนเดียว
จนในที่สุดหลังการนำเสนอเกี่ยวกับการฝึกงานครั้งแรกที่ผ่านมาเสร็จสิ้นไปด้วยดี
ผมจึงตัดสินใจกลับบ้านด้วยเวลาที่เหลืออยู่ 10 วันก่อนเปิดเทอม

ผมกลับถึงบ้านตั้งแต่วันศุกร์ และมีเวลาพัก(ที่ไม่ค่อยเต็มที่) พร้อมช่วยแม่ทำขนมตาลที่ขายอยู่เป็นประจำ   จนถึงวันอาทิตย์ แม่บอกว่า พรุ่งนี้หมอมาแล้วนะ ได้ข่าวว่าอยากถอนฟัน
ที่จริงผมอยากจะถอนก่อนกลับกรุงเทพสักวัน หรือสองวัน แต่ในเมื่อแม่พูดแบบนั้นผมเลยปฏิเสธไม่ได้ 
รวมถึงประโยคตบท้ายที่เหมือนรู้ทันของแม่  เดี๋ยวก็ไปเที่ยวไหนต่อไหนจนไม่ได้ถอนอีก


และแล้วผมก็ใช้วันจันทร์อย่างคุ้มค่าด้วยการนอนซมระบมกับฟันสองซี่ที่ถูกถอนออกไป

วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560

[Series] Trainee memo | บันทึกเด็กฝึกงาน Ep.03

[Series] Trainee memo | บันทึกเด็กฝึกงาน Ep.03



Blogger is writing...
Pls. wait

[Series] Trainee memo | บันทึกเด็กฝึกงาน Ep.02

[Series] Trainee memo | บันทึกเด็กฝึกงาน Ep.02



"What doesn’t kill you makes you stronger."
- 'Stronger' by Kelly Clarkson -


เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการฝึกงาน หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มลงตัว
ผมคิดว่าผมสามารถปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งที่ทำอยู่ได้แล้ว...

แต่ผิดถนัด!

นี่คงเป็นประสบการณ์ที่แย่ที่สุดสำหรับการฝึกงานครั้งแรกของผม

วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

[Series] Trainee memo | บันทึกเด็กฝึกงาน Ep.01

[Series] Trainee memo | บันทึกเด็กฝึกงาน EP.01




"They stop, I start"

ช่วงปิดเทอมหลังจบการสอบ final หฤโหดของเหล่าเด็กมหา'ลัย ก็คงเป็นเวลาที่ใครหลายคนรอที่จะได้พักผ่อนยาวๆ เก็บแรง ชาร์ทพลังงานให้พร้อมสำหรับเทอมต่อไป แต่ไม่ใช่กับเด็กที่นี่...

ผมชื่อ 'แบม' นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจ้นท์ ชั้นปีที่ 1 (ขอย้ำ! ปี 1!!)
จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  ที่ยื่นโอกาสการฝึกงานให้นักศึกษาได้สัมผัสโลกแห่งความเป็นจริงด้านการทำงานตั้งแต่ปี 1  ก่อนสอบ final ผมได้รู้ว่าตัวเองจะต้องไปฝึกงานที่ Voice TV 
ในแผนกช่างภาพ ซึ่งส่วนตัวเเล้วผมไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก กลับดีใจมากกว่าที่จะได้ทำงานในส่วนที่ตัวเองชอบและถนัด ก่อนวันทำงานผมจึงเตรียมตัวอย่างดี แต่... ระหว่างจัดเอกสารอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกผิดสังเกตว่าทำไมเอกสารมันน้อยแปลกๆ จนนึกได้ว่า "ยังไม่มีใบเกรดนี่หว่า!" แล้วเวลา ณ ตอนนั้นคือ ห้าทุ่มตรง
"ให้ตายเถอะ ร้านที่ไหนจะเปิดเนี่ย!" ผมรีบบอกเพื่อนที่มันเองก็ฝึกงานที่เดียวกับผม  "เอาวะ ไปตายเอาดาบหน้าละกัน" เพื่อไม่ให้การไปทำงานวันแรกสาย ผมจึงรีบเก็บกระเป๋า ปิดคอม และนอนทันที

ผมเริ่มต้นวันแรกด้วยการตื่นนอนเวลา 4:30 น. ซึ่งนั่นเป็นการตื่นนอนที่เช้าที่สุดตั้งแต่ผมเข้ามาเรียนในกรุงเทพ  หลังจากจัดการภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ผมจึงเดินทางไปยังออฟฟิศ โดยใช้รถประจำทางที่เคยลองนั่งไปก่อนหน้านี้  และแล้วก็ถึงสถานีโทรทัศน์ Voice TV  ในเวลา 7:40 น. ผมและเพื่อนเดินเข้าไปที่ฝ่ายบุคคล เพื่อส่งเอกสารและแจ้งว่าเรามาถึงแล้ว  แต่คำตอบที่ได้คือ "พี่ที่รับหน้าที่นี้เขายังไม่มา น่าจะเข้างานประมาณเก้าโมงนะคะ น้องๆ ก็นั่งรอไปก่อนนะ"


ผมรอจนถึงเวลา 9 โมงตรง ทันทีที่ดูนาฬิกาข้อมือแล้วเงยหน้าขึ้น พี่สาวคนหนึ่งก็เปิดประตูเรียกพวกเราเข้าไปเพื่อยื่นเอกสารตามที่นัดหมายไว้ และอย่างที่บอกไปตอนแรก เอกสารของผมยังเหลือใบเกรดอีก 1 อย่าง ซึ่งผมได้ชี้แจงกับพี่ และรับปากว่าพรุ่งนี้จะนำมาส่งให้อีกครั้ง  จากนั้นพวกเราก็ได้รับบัตรนักศึกษาฝึกงานมาก่อนที่จะไปเริ่มต้นทำหน้าที่เสมือนพนักงานคนหนึ่งในองค์กร

ผม และเพื่อน เดินตรงเข้าไปที่แผนก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องที่เราส่งเอกสารเมื่อครู่  เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบพี่ๆ 2-3 คน นั่งอยู่ในนั้น(ตอนแรกก็คิดในใจว่าคนมันน้อยไปหรือเปล่า) เรากล่าวสวัสดีพร้อมแนะนำตัว  จากนั้นพี่คนหนึ่งก็แนะนำตัวขึ้นบ้าง ก่อนที่จะแนะนำพี่คนที่เหลือในห้อง

พี่คนที่แนะนำตัวตอนแรกคือ "พี่พงษ์" ได้ซักถามความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพเบื้องต้น และพูดคุยเรื่องทั่วไปเล็กน้อยจนกระทั่งมีพี่คนอื่นๆ เริ่มเข้ามาในห้อง ทุกคนต่างกลับมาจากการออกไปทำข่าวในตอนเช้าก่อนเวลาที่ออฟฟิศเปิด  หลังจากเก็บของเสร็จ และแต่ละคนนั่งประจำโต๊ะของตัวเอง พี่พงษ์ก็เริ่มแนะนำทุกคนให้พวกเรารู้จัก

ต่อมาก็เริ่มให้เราจับอุปกรณ์ ทดลองใช้ และอธิบายสถานการณ์หน้างานต่างที่อาจพบเจอ และวิธีจัดการปัญหานั้นๆ ให้พวกเราฟัง และลองทำดู
เวลาผ่านไปสักพัก "พี่แฟลช" พี่คนที่สอนพวกผมใช้กล้องก็บอกให้เราย้ายอุปกรณ์ไปลองใช้ต่ออีกห้อง แต่ระหว่างที่กำลังแยกส่วนกล้อง และขาตั้งออกจากกัน พี่แฟลชก็บอกว่า "ยกมันไปพร้อมกันนี่แหละ" แล้วดันมันกลับเข้าไป  ระหว่างนั้นเอง กล้องกับขาตั้งกลับติดกันจนดึงไม่ออก ทำอย่างไรมันก็ไม่สามารถดึงออกได้ และดูเหมือนจะแน่นกว่าเดิมด้วย  งานนี้จึงได้ยกมันไปทั้งคู่สมใจอยาก  และให้พี่ๆในแผนกช่วยกันหาทางแยกมันออกจากกัน  ในที่สุดต้องงัดไม้เด็ดด้วยการใช้ไขควงตอกจนแยกมันออกมาได้  ทำเอาเหนื่อย และหัวเราะกันทั้งแผนก

นอกจากนี้เราก็ยังได้เดินชมพื้นที่ต่างๆ ภายในองค์กรจนถึงตอนเย็น รู้ตัวอีกทีก็หมดเวลางานของวันนี้แล้ว

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560

Live Your Life | ไปใช้ชีวิตซะ

"ไปใช้ชีวิตซะ" โดย Dr.Pop ฐาวรา สิริพิพัฒน์

"ไปใช้ชีวิตซะ" โดย Dr.Pop ฐาวรา สิริพิพัฒน์
หนังสือจิตวิทยาการพัฒนาตนเองที่แตกต่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สิ่งที่ทำให้ "ไปใช้ชีวิตซะ" ไม่เหมือนกับหนังสือจิตวิทยาเล่มอื่นๆ คือ การแทรกนิยายเข้ากับเนื้อหา จะเรียกให้ถูกคงเป็น การผนวกเนื้อหาที่ยาก กับความสนุกของนิยายไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เรื่องราวของนิยายจะทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น และง่ายต่อการนำไปใช้จริง นอกจากนี้ หลังจากที่เราอ่านจบในแต่ละพาร์ท ตอนท้ายของเรื่องนั้นๆ ยังมีส่วน workshop ให้เราได้ทดสอบตัวเองอีกด้วย และด้วยเหตุผลเหล่านี้ ความหนาของเล่มจึงไม่เป็นอุปสรรคในการอ่านแม้แต่น้อย คุณจะรู้สึกสนุก และอยากอ่านมันต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
ด้านเนื้อหา แก่นสำคัญของ "ไปใช้ชีวิตซะ" คือ การทำให้คุณรัก ภูมิใจ และเข้าใจการเป็นมนุษย์ คุณจะใช้ใจนำทางชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้อย่างถูกต้อง สามารถขจัดอดีตแย่ๆ และปัญหาที่ฉุดรั้งพัฒนาการของคุณออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่คุณ "ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง"

"เพราะมนุษย์ใฝ่หาสิ่งที่ดีกว่า เราจึงพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด"


ภาพวันเปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 45




วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

Happy with Problem in 4 Questions | ตั้งคำถาม หาความสุข

เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าในชีวิตของคนๆ หนึ่ง จะไม่มีทางพบกับปัญหาแน่นอน  เพราะแม้แต่ตัวเราเอง ทุกวันนี้ยังคงมีสารพัดปัญหาเข้ามาชวนให้ปวดหัวเสมอ  ไม่พ้นแม้แต่คนที่เราคิดว่าเขามีชีวิตที่ดี ก็ยังต้องพบเจอปัญหาของเขาเช่นกัน  แต่สิ่งที่ทำให้เขามีชีวิตที่ดีได้นั้น คือการนำ ปัญหา เรื่องแย่ๆ และสถานการณ์แย่ๆ  มาจัดการให้เกิดผลบวกกับตัวเอง(ย้ำว่า เกิดผลบวก)  และนี่คือส่วนหนึ่งที่ผมเรียนรู้จาก หนังสือ ไปใช้ชีวิตซะ  หนังสือแนวจิตวิทยา และหนังสือเล่มล่าสุดของ Dr.Pop

มันเป็นวิธีการเปลี่ยนสถานการณ์ลบ ให้กลายเป็นบวก เรียกว่า “4 คำถามเปลี่ยนขั้วอารมณ์

เวลาที่เกิดปัญหาอะไรก็ตามกับชีวิตของคุณ ให้นึกถึง 4 คำถามนี้
1. สถานการณ์นี้ดีกับฉันอย่างไร
2. มันให้ประโยชน์อะไรกับฉัน
3. ฉันควรคิดอะไรเพื่อให้ตัวเองสุขมากขึ้น
4. ฉันควรต้องทำอะไรเพื่อให้ตัวเองสุขมากขึ้น
Cr. ไปใช้ชีวิตซะ / Dr.Pop ฐาวรา สิริพิพัฒน์

           เหตุการณ์ล่าสุดหลังจากที่ผมได้เรียนรู้เรื่องนี้ มันเข้ามาเป็นเป็นบททดสอบให้กับผม  เรื่องมีอยู่ว่า

            ทุกๆ วัน กิจวัตรยามเช้าของผมคือ การตื่นนอนและทำภารกิจส่วนตัว เพื่อไปเรียนให้ทันในเวลา 8.00 แต่วันนี้ขณะที่กำลังใส่กางเกงตามปกติ ขั้นตอนสุดท้ายคือการรูดซิปให้เรียบร้อย  จู่ๆ ซิปกางเกงเจ้ากรรมก็หลุดจากกันเป็น 2 ส่วนต่อหน้าต่อตา ทั้งที่หลังจากนี้ก็ออกจากบ้านได้แล้วแท้ๆ  ผมวุ่นอยู่กับการหาทางซ่อมมันด้วยตัวเอง พลางชำเลืองมองนาฬิกาไปด้วย  พอรู้ว่าถ้ามัวแต่ซ่อมเองก็ไม่รู้จะทำได้ไหม ต่อให้ได้ก็คงไปเรียนไม่ทัน  อีกอย่างเราก็ยังมีกางเกงอีกตัวนี่นา  พอรู้แบบนั้นผมรีบสลัดกางเกงตัวปัญหาออก แล้วเปลี่ยนตัวใหม่ทันที รวมถึงชุดด้วย  ก่อนหน้านี้ผมคิดจะใส่ชุดธรรมดาไปเรียน  จึงเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาเต็มยศไปเลย  จนในที่สุดผมสามารถมาเรียนได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิว

จากนี้เราลองนำ 4 คำถามเปลี่ยนขั้วอารมณ์ มาเชื่องโยงกับปัญหานี้ดู
1.    1. สถานการณ์นี้ดีกับฉันอย่างไร
            - ช่วยให้ผมไม่หน้าแตกต่อหน้าคนอื่น ลองคิดดูสิว่า ถ้าหากมันดันพังตอนที่อยู่ในห้องเรียนจะเป็นอย่างไร ตลอดทั้งวันผมจะทำยังไง
2. มันให้ประโยชน์อะไรกับฉัน
            - ทำให้ผมรู้ว่าถ้ามัวเสียเวลาให้กับปัญหา  ชีวิตก็คงไม่ได้เดินหน้าสักที
3. ฉันควรคิดอะไรเพื่อให้ตัวเองสุขมากขึ้น
            - มันเป็นเรื่องธรรมดาที่สิ่งของใดๆ ก็ตามมันสามารถเสียหายได้ทั้งนั้น
4. ฉันควรต้องทำอะไรเพื่อให้ตัวเองสุขมากขึ้น
            - เปลี่ยนกางเกงเป็นตัวใหม่แทน(อย่างที่ทำ) อย่าไปเสียเวลาเกินความจำเป็น

เห็นไหมครับว่า ในเรื่องแย่ๆ ยังมีสิ่งดีซ่อนอยู่เสมอ เพียงแค่เราค่อยๆ หามันให้เจอ ยอมรับ และนำไปปรับใช้  ในที่สุดคุณก็จะสามารถพาชีวิตตัวเองไปพบกับความสุขได้ในทุกสถานการณ์