วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ถ้า โลกนี้ ไม่มี แมว | If Cats Disappeared from the World

"จะได้อะไรมาสักอย่าง ก็ต้องเสียอะไรไปสักอย่าง"

______________________________________

จากนิยายยอดนิยมของญี่ปุ่น ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สุดประทับใจ

- Seikai kara Neko ga Kietanara - 
(If Cats Disappeared from the World / ถ้า โลกนี้ ไม่มี แมว)
Genki Kawamura : เขียน
ดนัย คงสุวรรณ์ : แปล
สำนักพิมพ์ : Maxx Publishing



คุณจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะตายในไม่ช้า?
หากได้รับข้อเสนอเพื่อต่อชีวิตกับการแลกสิ่งต่างๆบนโลกให้หายไป คุณจะยอมหรือไม่?

เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มีชีวิตเรียบง่ายแบบคนปกติทั่วไป แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เขามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน 
หนำซ้ำยังเกิดเรื่องเหลือเชื่อพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษขึ้น
เมื่อ 'ปิศาจ' ที่หน้าตาเหมือนกับตัวเองเปี๊ยบ ได้มาบอกว่าเขาสามารถลบสิ่งต่างๆบนโลกให้หายไปได้ 1 อย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อได้อีก 1 วัน
และมีหรือที่คนใกล้จะสิ้นหวังในชีวิตจะยอมทิ้งโอกาสนี้ไป โดยที่เขาลืมคิดไปเลยว่า... สิ่งสุดท้ายที่หายไปคือสิ่งที่เขารักมากที่สุด

บ่อยครั้งที่ระหว่างที่เหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อยๆ ตัวเอกของเรื่องจะนึกย้อนถึงอดีตที่ผ่านมาของตนเอง 
แล้วมอบข้อคิดดีๆให้ผู้อ่านผ่านความทรงจำเหล่านั้น 
โดยทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาพร้อมกับตัวละคร ฉากต่างๆประมาณปี 90's ต้นๆลอยขึ้นเป็นภาพจินตนาการในสมอง ความงดงามแต่เรียบง่ายตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ส่งกลิ่นอายออกมาอย่างชัดเจน
"โลกนี้มีเรื่องโหดร้ายมากมาย แต่ก็มีสิ่งสวยงามเยอะพอๆกัน"
"ของขวัญไม่ได้มีค่าเพราะ 'ของ' แต่มีค่าที่ 'เวลา' ที่เราจินตนาการว่าอีกฝั่งจะยินดีแค่ไหนตอนได้รับมากกว่า"
"ครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่เรา 'มี' เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาต่างหาก"
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของถ้อยคำจากตัวละครในเรื่อง ที่ตัวเอกใช้เวลาอยู่กับตัวเอง(และแมว)ทบทวนถึงสิ่งที่ทำไปแล้ว 
และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ดึงไปเชื่อมโยงกับตัวละครอื่นๆ เกิดเป็นความสัมพันธ์ในมุมมองที่เกิดขึ้นกับใครหลายคนเป็นปกติ 
เเต่กลับสร้างแรงสะเทือนถึงจิตใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครยังบ่งบอกความหมายได้ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น ระหว่างครอบครัวของตัวเองที่มีความผูกพันกับแม่มาก จุดนี้ถูกหยิบยกมาเล่าหลายครั้งในเรื่อง ทำเอาผมอดคิดถึงบ้านไว้ไม่ไหว จนแอบมีน้ำตาคลอ
หรือกับคนรักที่ร้างลากันไป แต่กลับเป็นคนที่ตัวเอกตัดสินใจโทรหาเป็นสายสุดท้าย หรือเพื่อนที่ตั้งใจหาหนังเรื่องสุดท้ายในชีวิตให้
และเจ้าแมวคู่ชีวิตที่ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกัน แต่เมื่อต้องเลือกการจากลา นี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ยากจะทำใจของเรื่องเลยก็ว่าได้
 ท้ายที่สุดคือ เราจะมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ และสิ่งสำคัญต่างๆรอบตัว

ครั้งแรกที่ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้คือ ในตอนที่รู้ว่ากำลังจะมีภาพยนตร์ฉายในประเทศไทย แต่สุดท้ายผมก็พลาด จากนั้นผมก็บังเอิญไปเจอวารสารฉบับหนึ่งที่มีเนื้อหาของเรื่องนี้อยู่ ซึ่งในฉบับนิยายเองก็เพิ่งจะวางขายได้ไม่นาน
 ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาหนังสือเล่มนี้ก็อยู่ในมือของผม มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากหยุดไว้เลยตลอดเวลาที่อ่านและหลังจากอ่านจบ(ภายในวันเดียว)  ผมก็ยังคงหยิบมันขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะ...

1. นี่เป็นหนังสือนิยายเล่มที่สองที่ทำให้ผมร้องไห้ได้
2. เป็นครั้งแรกที่ผมได้อ่านนิยายแปลของประเทศญี่ปุ่น
3. มีบางตอนของเรื่องที่ตรงกับชีวิตผม
4. ผมไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กว่า 90% ของเนื้อหามันบอกความจริงของโลกอยู่อย่างแยบยล
5. นี่เป็นแหล่งรวมวลีเด็ดอย่างแท้จริง
6. คุณจะเห็นว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน และสิ่งใดที่สำคัญกับชีวิต
7. ผมรักแมว

"นี่เป็นหนังสือที่ไม่ว่าใครก็อ่านได้ แม้ชื่อเรื่องจะมี 'แมว' อยู่ก็ตาม" 

- B_Photographer / Blogger -

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Fellow Traveler | เพื่อนร่วมทาง









"ในวันที่ท้องฟ้ามีสีเทา คุณเลือกที่จะรอให้สายฝนโปรยปรายลงมา

หรือออกเดินทางในขณะที่ยังมีเวลา?"




ผมมีคำตอบสำหรับคำถามนั้นอยู่ในใจ ตั้งแต่ยังไม่เงยหน้ามองฟ้า และผมก็ไม่ลืมที่จะพาเพื่อนสนิทของผมไปด้วย

เป้าหมายแรกของการเดินทางครั้งนี้คือ การหามื้อเที่ยง(รวมถึงมื้อเช้า) ของวันนี้ ก่อนที่ผมจะไม่มีแรงในการเดินทางต่อไป  ระหว่างทานมื้อเที่ยงนี้ ผมก็ขอแนะนำเพื่อนร่วมทางทั้ง 3 ของผมให้ทุกคนรู้จัก ซึ่งปกติแล้วในสายตาของคนที่มองผมมักจะไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด แต่คุณอาจจะมองข้ามเพื่อนๆของผมไปก็ได้

เริ่มที่คนแรก เขาชื่อ"เป้"ครับ เจ้าเป้คนนี้ผมเพิ่งจะรู้จักเมื่อไม่กี่เดือนก่อน โดยอยู่ๆ วันหนึ่งที่ผมกลับมาจากนอกบ้าน ลุงก็พาเจ้านี่มาแนะนำให้รู้จัก จนวันนี้มันก็ตามผมไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบุกป่า ฝ่าฝน จนได้เข้ากรุงมาเรียนด้วยกัน ผมก็ยังพามันมาด้วยทุกวัน

อีกคนชื่อ"น้ำ"ครับ คนนี้ผมยอมรับว่าขาดไม่ได้เลย ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามผมจะต้องมีเธอไปด้วยเสมอ เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกสดชื่นได้ทุกครั้ง เธอมักจะถูกผมเรียกหาบ่อยๆเวลาอาหาร(ตอนนี้ก็เช่นกัน)

ส่วนคนสุดท้ายชื่อ"กล้อง" คนนี้ความจำดีมาก เวลาผมสนใจอะไรบางอย่าง เจ้านี่จะคอยจดจำทุกรายละเอียดของสิ่งเหล่านั้นให้ผมได้อย่างแม่นยำ และแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เจ้านี่ก็ยังทำให้รู้สึกถึงช่วงเวลานั้นๆได้ ราวกับว่ามันเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

ถึงตอนนี้หลายคนคงรู้สึกคุ้นๆ ชื่อเพื่อนๆ ของผมบ้างแล้วใช่ไหมล่ะครับ 
คุณคิดถูกแล้วครับ เพื่อนของผมเหล่านั้นก็คือสิ่งของที่พวกคุณรู้จักกันดี แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นเหมือน "เพื่อนร่วมทาง" ที่ผมจะพาไปทุกที่ แม้ว่าในความจริงผมจะเดินอยู่เพียงลำพัง แต่เพราะสิ่งเหล่านี้ จึงทำให้ผมไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวแม้แต่น้อย กลับกันมันยิ่งทำให้ผมได้กล้าที่จะออกไปพบเจอสิ่งใหม่ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ผ่านเรื่องราวที่มีผม และเจ้าพวกนี้เป็นตัวละคร

"และจนกว่าจะถึงจุดหมาย เรายังคงเดินทาง"