ก่อนอื่นต้องขออภัยทุกคนที่ผมไม่ได้เขียนอะไรลง Blog มาระยะนึง เนื่องด้วยมีเรื่องยุ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการ และผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะนำเรื่องอะไรมาเขียนให้ทุกคนอ่านดี
จนกระทั่งเมื่อวาน ผมได้ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมา มันเป็นหนังสือที่ผมอยากได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองอ่านมันเมื่อเดือนก่อน แต่ในตอนนั้นผมเสียดายมากที่พกเงินไปไม่พอสำหรับซื้อมัน และในที่ผมก็ได้มันมาอยู่ในมือจนได้
"A Beautiful World Is Not Enough" นั่นคือชื่อของหนังสือเล่มนี้ ถูกเขียนโดย Damrong Pinkoon เป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่ม และถูกตีพิมพ์ในหลายภาษาทั่วโลก เนื้อหาในเล่มเกี่ยวกับจิตวิทยา การจัดการตัวเอง และความรู้ทั่วไป ซึ่งผมคิดว่ามันให้มากกว่านั้น ส่วนใครที่สนใจ ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะหาซื้อได้ที่ใดบ้าง(หากใครที่รู้ก็ Comment ที่ด้านล่างได้เลยครับ) ผมซื้อที่ร้านนายอินทร์สาขาเซ็นทรัลพลาซาแจ้งวัฒนะ ซึ่งตอนนั้นเหลือเพียง 2 เล่ม และในเมื่ออยู่ที่ผม 1 เล่มก็หมายความว่าที่นั่นมีแค่เล่มเดียวแล้ว
เกือบลืมบอกไป ราคาน่ะ ตามปกมันมี 2 สกุลเงินคือ UK£ 9.99 และ US$ 15.99 ซึ่งตามราคา TH฿ ที่ผมซื้อมาก็อยู่ที่เล่มละ 495 บาทครับ (คราวนี้คิดหนักกันล่ะสิ) เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะ Review เนื้อหาบางส่วนให้ผู้อ่านทุกคนไปตัดสินใจกันเองทีหลัง แต่ส่วนตัวผมพอใจกับความคุ้มค่าของมันอยู่แล้ว
เขาเริ่มต้นเนื้อหาด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโลก และระบบสุริยะของเราซึ่งเป็นเรื่องจริงและนำไปใช้ได้ ในบางตอนเราอาจไม่เคยรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อน ต่อด้วยการอธิบายเหตุผลที่โลกกลมด้วยทฤษฎีทางความคิด ซึ่งในหัวข้อนี้จะอยู่ในหลายๆตอนของหนนังสือ นับว่าเป็นจุดเด่นของมันเลยก็ว่าได้
สิ่งที่ผมสังเกตได้อีกอย่างจากหนังสือเล่มนี้คือ การจัดวางเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยมีการแบ่งหน้ากระดาษเป็นฝั่งซ้ายและขวา ด้านนึงสื่อสารโดยใช้ภาพ และข้อความประกอบกันบางหน้าก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ ส่วนอีกฝั่งก็จะขยายความให้เข้าใจมากขึ้น
ข้อความต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้นะครับ
"Think" then "Act"
"Thinking" but not acting on would be just "fanciful thinking".
"Think" and Act is called "Trying".
The reason why the Earth is round
is that when we tried something
we will get "results" that are equal to the amount of energy we put it.
When we give a certain amount of
"effort + "determination"
we will always get results equal to the amount of energy we've invested.
"คิด" และทำ เรียกว่า "ความพยายาม"
เหตุผลที่โลกกลม
คือ เมื่อเราพยายามทำบางสิ่ง เราจะได้รับ "ผล" ที่เท่ากับปริมาณแรงที่เราใส่ลงไป
เมื่อเราให้ "ความพยายาม +" ความมุ่งมั่น " ในจำนวนหนึ่ง
เราจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับปริมาณพลังที่เราลงทุนไปเสมอ
(แปลเองนะครับ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วย)
จะเห็นว่านอกจากทัศนคติที่ผู้เขียนได้นำเสนอแล้วยังสอดแทรกข้อเท็จจริงเรื่องแรงตามกฎฟิสิกส์ลงไปด้วย ซึ่งผมก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงในเรื่องนี้ได้เลย และในทุกหน้าของหนังสือ จะบรรจุความจริงของโลกนี้เอาไว้ มันเป็นแนวทางที่จะช่วยให้คุณรู้จักโลกนี้มากยิ่งขึ้น ข้อคิดต่างๆถูกซ่อนไว้ในข้อความที่ดูเรียบง่าย ภาพ และสัญลักษณ์จะทำให้มองเห็นตัวอย่างของสิ่งที่ข้อความต้องการจะสื่อ และนี่เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของผมที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ สิ่งที่จะพิสูจน์ว่ามันดีสำหรับคุณแค่ไหน มีแค่การตัดสินใจของคุณเอง
สิ่งที่ผมสังเกตได้อีกอย่างจากหนังสือเล่มนี้คือ การจัดวางเนื้อหาที่น่าสนใจ โดยมีการแบ่งหน้ากระดาษเป็นฝั่งซ้ายและขวา ด้านนึงสื่อสารโดยใช้ภาพ และข้อความประกอบกันบางหน้าก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ ส่วนอีกฝั่งก็จะขยายความให้เข้าใจมากขึ้น
ข้อความต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้นะครับ
"Think" then "Act"
"Thinking" but not acting on would be just "fanciful thinking".
"Think" and Act is called "Trying".
The reason why the Earth is round
is that when we tried something
we will get "results" that are equal to the amount of energy we put it.
When we give a certain amount of
"effort + "determination"
we will always get results equal to the amount of energy we've invested.
- A Beautiful World Is Not Enough / p.15 -
"คิด" แล้ว "ทำ"
"คิด" แต่ไม่ทำ จะเป็นแค่ "ความคิดเพ้อฝัน""คิด" และทำ เรียกว่า "ความพยายาม"
เหตุผลที่โลกกลม
คือ เมื่อเราพยายามทำบางสิ่ง เราจะได้รับ "ผล" ที่เท่ากับปริมาณแรงที่เราใส่ลงไป
เมื่อเราให้ "ความพยายาม +" ความมุ่งมั่น " ในจำนวนหนึ่ง
เราจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับปริมาณพลังที่เราลงทุนไปเสมอ
(แปลเองนะครับ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วย)
จะเห็นว่านอกจากทัศนคติที่ผู้เขียนได้นำเสนอแล้วยังสอดแทรกข้อเท็จจริงเรื่องแรงตามกฎฟิสิกส์ลงไปด้วย ซึ่งผมก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงในเรื่องนี้ได้เลย และในทุกหน้าของหนังสือ จะบรรจุความจริงของโลกนี้เอาไว้ มันเป็นแนวทางที่จะช่วยให้คุณรู้จักโลกนี้มากยิ่งขึ้น ข้อคิดต่างๆถูกซ่อนไว้ในข้อความที่ดูเรียบง่าย ภาพ และสัญลักษณ์จะทำให้มองเห็นตัวอย่างของสิ่งที่ข้อความต้องการจะสื่อ และนี่เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของผมที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ สิ่งที่จะพิสูจน์ว่ามันดีสำหรับคุณแค่ไหน มีแค่การตัดสินใจของคุณเอง

ภาษาหนังสือให้แง่คิด ภาษาแปลทำได้ดี ฝึกฝนต่อไปนะคะ ^^
ตอบลบ